ในสังคมของยุคปัจจุบัน เป็นการนั่งทำงานในออฟฟิตและเพ่งหน้าจอคอมเป็นเวลานาน อีกทั้งยังนั่งทำงานวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ในอิริยาบถเดียวเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัว รวมไปถึงการปวดนัยน์ตาหรือเวลาทำงานยาก ๆ ก็มักจะเครียดจนปวดหัว วันนี้เราเลยนำ 14 จุดนวดแก้ปวด กดจุดในฉบับง่าย ๆ ที่แก้อาการปวดหลัง ปวดบ่า ปวดไหล่ ปวดหัวไมเกรน แบบไม่ต้องกินยามาฝากไว้ที่นี่แล้วค่ะ ไปดูวิธีนวดกันเลย

วิธีการนวดกดจุด

14 จุดนวดแก้ปวด  “หัว หลัง ท้อง ขา” นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

1. จุดที่เรียกว่า The Three Miles Point

มันจะอยู่ตรงบริเวณด้านล่างของกระดูกหัวเข่าประมาณ 3.8 เซนติเมตร กดลงไปบริเวณนี้โดยให้นั่งงอขาเอาไว้ กดลงไปตรงจุดนี้ด้วยน้ำหนักที่พอดีมือประมาณ 1 นาที การนวดจุดนี้จะช่วยเรื่องการทำงานของระบบย่อยอาหาร รวมถึงอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และวิงเวียนศีรษะ

14 จุดนวดแก้ปวด  “หัว หลัง ท้อง ขา” นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

2. บริเวณตาที่สาม

เป็นบริเวณกึ่งกลางของคิ้วทั้งสองข้าง วิธีการคือกดลงไปเบาๆ ที่ตรงกลางระหว่างคิ้ว  กดที่ตรงจุดนั้นค้างไว้ประมาณ 1 นาที  โดยตรงจุดนี้จะช่วยในเรื่องของอาการปวดหัว ความกดดัน ความเมื่อยล้าเรื้อรัง และความเครียดได้

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

3. จุดที่เรียกว่า The Pericardium Point

จุดนี้จะอยู่ที่บริเวณปลายแขน ห่างจากข้อมือขึ้นมาประมาณ 3 นิ้วมือ ตรงกลางระหว่างเส้นเอ็นทั้งสองเส้น กดและนวดลงไปด้วยความแรงปานกลางสัก 4-5 วินาที ตรงจุดนี้มันจะช่วยปลดปล่อยอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน และอาการเมารถได้นะคะ

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

4. จุดที่เรียกว่า The Tong Zi Liao Point

จุดนี้จะอยู่ตรงบริเวณมุมของหางตาใกล้ๆ กับขมับ ให้ถูๆ นวดๆ บริเวณนี้ด้วยปลายนิ้วของคุณจนกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย จุดนี้จะช่วยในเรื่องอาการไมเกรนและลดความเหนื่อยล้าของดวงตาได้เป็นอย่างดี

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

5. จุดตรงหลังเท้า

จุดนี้อยู่ตรงบริเวณกึ่งกลางของนิ้วโป้งและนิ้วชี้เท้า สูงขึ้นมาประมาณ 3.8 เซนติเมตร กดจุดนี้ค้างไว้ที่บริเวณนั้นสัก 1 นาที นี่เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการแก้อาการปวดหัว ความอ่อนล้าของดวงตา อาการปวดเท้า แล้วยังช่วยพัฒนาเรื่องของการมีสมาธิได้อีกด้วย

6. จุดตรงหน้าอก

จุดนี้เป็นจุดที่หาได้ง่ายมากเพราะมันอยู่กึ่งกลางของหน้าอกเราพอดิบพอดีเลย ค่อยๆ กดลงไปที่กลางหน้าอกแล้วค้างเอาไว้สัก 1 นาที จุดนี้จะช่วยให้เราใจเย็นลง ปลดปล่อยความกดดัน ความวิตกกังวล ความหวาดกลัว และความรู้สึกด้านลบทั้งหลาย

7. จุดที่มือ

จุดนี้จะอยู่ที่ตรงระหว่างหัวแม่โป้งและนิ้วชี้ ให้กดค้างไว้หรือไม่อย่างนั้นก็นวดเบาๆ สัก 1 นาที จุดนี้ความสามารถช่วยแก้อาการปวดฟัน เจ็บคอเจ็บไหล่ และปวดหัว

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

8. จุดบริเวณฝ่าเท้า

เป็นจุดที่อยู่เกือบจะกึ่งกลางของฝ่าเท้า ตรงระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ให้กดลงไปด้วยปลายนิ้วค้างไว้สักก 1 นาทีการกดลงไปจะช่วยเรื่องของปวดหัว วิงเวียนศีรษะ และหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมได้ดีเลยทีเดียว

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

9. จุดบริเวณท้ายทอย

จุดนี้จะอยู่บริเวณด้านข้างของลำคอใกล้กับฐานของศีรษะ วิธีการคือกดลงไปค้างไว้สัก 1 นาที กดที่จุดนี้จะช่วยเรื่องของอาการปวดหัว ไมเกรน และหน้ามืดวิงเวียน ได้อย่างดี

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

10. จุดด้านหลังของศีรษะ

จุดนี้อยู่ตรงกลางของช่องกลวงกะโหลกด้านหลังศีรษะ ให้กดลงไปให้พอดีมือด้วยปลายนิ้วค้างไว้สัก 1-2 นาทีกดที่จุดนี้จะสามารถแก้อาการปวดหัว เจ็บคอ และเลือดกำเดาไหลได้เป็นอย่างดี

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

11. จุดด้านหลัง

จุดนี้จะอยู่แถวๆ รอบเอวของเราด้านหลังลำตัว ห่างออกมาจากกระดูกสันหลังประมาณ 2-4 นิ้วมือทั้งซ้ายและขวา ให้กดลงไปตรงจุดนี้ทีละข้าง ข้างละ 1 นาที ในจุดนี้จะช่วยเรื่องอาการเจ็บท้อง เจ็บหน้าท้อง และอาหารไม่ย่อยได้ด้วย

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

12. จุดบริเวณหลังปลายแขน

อยู่ตรงหลังแขนห่างจากข้อมือประมาณ 7.6 เซนติเมตรให้กดตรงจุดนี้กับแขนทีละข้าง ข้างละหนึ่งนาที ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อย ๆ จนกว่าจะผ่อนคลาย  กดที่จุดจะช่วยในเรื่องของท้องอืดได้เป็นอย่างดี

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!

13. จุดบริเวณข้อเท้า

จุดนี้อยู่ระหว่างตาตุ่มกับเอ็นร้อยหวายด้านหลังของข้อเท้าเรา ให้กดลงไปในน้ำหนักที่พอดีมือประมาณ 1 นาทีจะจุดนี้จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บไหล่ เจ็บหลัง เจ็บคอ ได้อีกด้วย

นวดตรงไหนให้หายปวดเมื่อย!
14 จุดนวดแก้ปวด

14. จุดตรงข้อศอก

จุดนี้จะอยู่บริเวณตรงรอยพับของข้อศอก ใกล้เข้าไปกับข้อศอกของเรา วิธีการคือให้เรางอข้อศอกเข้ามา กดจุดลงไปด้วยนิ้วโป้งและนวดหรือกดค้างเอาไว้ประมาณ 1 นาที ก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำซ้ำกับแขนอีกข้างหนึ่ง การกดที่บริเวณนี้จะช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด น้ำมูกไหล เจ็บคอ รวมถึงเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ด้วย

การนวดกดจุดเป็นศาสตร์การรักษาแขนงหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีน  ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับเอาการนวดแขนงนี้มาเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษามาตลอดระยะเวลา 5 ปีแล้ว สืบเนื่องมาจากคนไทยได้เริ่มให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้นและหันมาพึ่งวิธีการรักษาแบบแผนโบราณ แทนการรับประทานยาปฏิชีวนะ ซึ่งในวันนี้เราก็ได้นำเอา 14 เทคนิคการนวดกดจุดมาฝากกัน โดยทั้งหมดนี้คุณสามารถเอาไปทำกันได้ในชีวิตประจำวันกันได้เลยนะคะ รับรองได้เลยว่าคุณจะผ่อนคลาย และหายปวดได้อย่างแน่นอน!!

กลับหน้าแรก LOINDEE
สุขภาพดี เริ่มต้นจากการดูแลตัวเอง