ภาคใต้ เป็นภูมิภาคหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายู ซึ่งชายฝั่งของไทยมีความยาวโดยรวมประมาณ 2,542 กิโลเมตร ที่ขนาบด้วยอ่าวไทยทางฝั่งตะวันออก และทะเลอันดามันทางฝั่งตะวันตก จุดเด่นของภาคใต้คือมีทะเลที่บอกเลยว่าสวยติดอันดับโลกกันเลยทีเดียว ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมหลั่งไหลมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันเป็นอย่างมาก ดังนั้น วันนี้เราจึงได้รวบรวม ทะเลใต้ไทย มาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน โดยจะมีที่ไหนบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

เปิดทริปตะลุย 5 ทะเลใต้ไทย ที่คุณห้ามพลาด!!

1.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เกาะเต่า เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่กลางอ่าวไทย เป็นตำบลหนึ่งของ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะเป็นภูเขา มีสัณฐานคล้ายเม็ดถั่วลักษณะเว้าเป็นอ่าวอยู่มากมาย ถึง 11 อ่าว แหลม 10 แหลมเกาะเต่านับเป็นเกาะแห่งทะเลฝั่งอ่าวไทยที่มีโลกใต้น้ำที่สวยที่สุดเหมาะแก่ การดำน้ำตื้น (Skin Diving) และการดำน้ำลึก (Scuba Diving)

นอกจากจะมีโลกใต้น้ำที่งดงามที่สุดของฝั่งอ่าวไทย แล้วภูมิประเทศของเกาะเต่า ยังมีลักษณะเว้าแหว่งตลอดตัวเกาะ ก่อให้เกิดอ่าวและแหลมมากมายหลายแห่ง ตลอดแนวชายฝั่งยาว 28.6 กิโลเมตร จึงไม่แปลกที่เกาะเต่าเป็น ที่ตั้งของโรงเรียนดำน้ำ มากมายเกาะเต่า แม้จะอยู่ในทะเลด้านที่รับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดผ่านมาในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม แต่ก็มีเกาะน้อยใหญ่ช่วยกำบังคลื่นลมให้อยู่บ้าง

นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินทางไปเกาะเต่าได้ตลอดปี  สายดำน้ำ ยังไงก็ต้องไม่พลาด เกาะเต่า เพราะที่นี่คือ แหล่งดำน้ำสวยติดอันดับโลก และ ยังติดอันดับ 25 ชายหาดสวย ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่นี่มีจุดดำน้ำหลายจุด ทั้งดำน้ำลึก และ ดำน้ำตื้น มีปะการังที่สวยงาม และเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำนานาชนิดค่ะ

เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

2.หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา

หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำ ได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก สามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเร่ (moray) แนวปะการังที่พบในเขต อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นแนวปะการังน้ำลึกมีความหลากหลายของชนิดปะการังมาก

เช่น ปะการังเขากวาง แปรงล้างขวด และปะการัง Seriatopora histrix พบเป็นชนิดเด่นในขณะที่หมู่เกาะอื่น ไม่พบปะการังในกลุ่มนี้เลย (ยกเว้นหมู่เกาะสุรินทร์) บริเวณที่มีแนวปะการัง ได้แก่ เกาะบอน เกาะบางู เกาะสิมิลัน เกาะปายเกาะเมียง เกาะห้า เกาะปายังเกาะปาหยัน และเกาะหูยง

นอกจากปะการังแล้ว ยังมี สิ่งมีชีวิตอื่นที่อาศัยรวมอยู่ในแนวปะการังอีกหลายชนิด ที่สามารถพบได้ทั่วไป ได้แก่ ฟองน้ำ ปะการังอ่อน กัลปังหา ดอกไม้ทะเล หอยมือเสือ หมึก กุ้งมังกร และปู สำหรับปลาในแนวปะการังได้้มีการสำรวจและพบอย่างน้อย 54 ชนิด

หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา

3.เกาะลันตา จ.กระบี่

เกาะลันตา อยู่ในทะเลอันดามันในเขตจังหวัดกระบี่ ระหว่างทะเลกระบี่กับทะเลตรัง ห่างจากกระบี่ไปทางทิศใต้ ประมาณ 80 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะ ขนาดใหญ่ 2 เกาะ คือเกาะลันตาใหญ่ และเกาะลันตาน้อย นอกจากนี้ยัง มีเกาะเล็ก ๆ อีกมากมายหลายเกาะ ศูนย์กลางความเจริญและศูนย์กลางธุรกิจ

ท่องเที่ยวอยู่ที่เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ทางด้านทิศใต้ของหมู่เกาะลันตา เป็นเกาะใหญ่ที่เป็นที่ตั้งของที่ทำการอำเภอเกาะลันตา มีท่าเรือท่องเที่ยว ที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวยังที่ต่าง ๆในทะเลอันดามัน ทั้งเกาะพีพี เกาะภูเก็ต ทะเลตรัง เกาะรอก และจุดดำน้ำหินม่วง-หินแดง แหล่งท่องเที่ยวของเกาะลันตา จะอยู่ทางชายฝั่งด้านทิศตะวันตก ซึ่งมีชายหาดทอด ตัวยาวไปเกือบตลอดแนวเกาะ แต่ละหาดได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

มีสิ่งอำนวยความ สะดวกต่าง ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว อาทิเช่นรีสอร์ท บังกะโล ร้านอินเตอร์เนต มินิมาร์ท ร้านอาหาร ปลายสุดด้านทิศใต้ของ เกาะลันตาเป็นที่ตั้งของที่ทำการ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาและประคารสัญลักษณ์ของเกาะลันตา ด้วยความสวยงามและ ความเงียบสงบของเกาะลันตาทำให้นักท่องเที่ยวติดใจ จึงทำให้ชื่อเสียงของเกาะลันตา เป็นที่รู้จักในหมู่ของนักท่องเที่ยว ต่างชาติในเวลาอันรวดเร็ว

เกาะลันตา จ.กระบี่

4.เกาะมุก จ.ตรัง

เกาะมุก เราก็จะนึกถึงกันแต่ ถ้ำมรกต ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับ จังหวัดตรังมาช้านาน เกาะมุกเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของท้องทะเลตรัง  แบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ ชายฝั่งด้านตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำมรกตที่มีความงดงามตระการตา ซึ่งฝั่งนี้จะไม่มีชายหาดและที่พักใด ๆ และอีกฝั่ง

คือ เกาะมุกฝั่งด้านตะวันออก  เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง มีรีสอร์ทที่พัก ร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  มีชายหาดที่สวยงามและน้ำทะเลให้ลงเล่นน้ำหลายหาด บรรยากาศค่อนข้างสงบ นักท่องเที่ยวไม่วุ่นวาย  เหมาะสำหรับมาเที่ยวพักผ่อน นอนค้างชมวิวทะเลซัก 1 หรือ 2 คืน ซึ่งเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักเกาะมุกในฝั่งนี้กันบ้าง

เกาะมุก จ.ตรัง

5.เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต

เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต สมญานาม มัลดีฟเมืองไทย ที่อยู่ห่างจากฝั่งภูเก็ต เพียง 15 นาที เป็นหาดส่วนตัว ที่จำกัดนักท่องเที่ยว เพียง 400 คนต่อวัน มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ทะเลสวย ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์สวยงามทั้งบนบกและใต้ท้องทะเล เหมาะการแก่มาพักผ่อนบนเกาะ เล่นน้ำ ชมปะการัง นั่งรับลมชมวิว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเดินทางไกลเหมือนกับเกาะอื่น ๆ   เกาะไม้ท่อน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะภูเก็ต มีลักษณะคล้ายรูปท่อนไม้ เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เงียบสงบบนฝั่งอันดามัน มีหาดทรายขาวสะอาดทอดยาว น้ำทะเลสีครามใสจนมองเห็นผื่นทราย เหมาะแก่การเล่นน้ำ พายเรือคายัค นอนอาบแดด บนชายฝั่งมีท่าเรือที่เป็นสะพานไม้ทอดยาวยื่นลงไปในทะเล ข้างสะพานมีศาลา

เหมาะการถ่ายรูปในมุมที่สวยงาม บริเวณด้านหน้าเกาะและด้านหลังเกาะมีจุดดำน้ำตื้น ที่สามารถชม ปะการังฝูงปลาทะเลที่สวยงามได้หลายชนิด เช่น ปลาสิงโต ปลานกแก้ว ปลาการ์ตูน บางวันอาจจะได้เห็นปลาโลมาขึ้นมาเล่นคลื่น นอกจากนี้บนเกาะยังมีจุดชมวิว ที่ต้องเดินขึ้นไปประมาณ 300 เมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่เกาะรอบ ๆ ได้ 180 องศา

เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับทะเลทั้ง 5 แห่ง ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน หากใครที่เบื่อ ๆ อยากจะไปเที่ยวแต่คิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี แนะนำว่าทะเลใต้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยและบอกเลยว่าเพื่อน ๆ จะไม่ผิดหวังกันอย่างแน่นอน

บทความที่น่าสนใจกับ 7 อาหารแคลอรี่ต่ำ ควรมีติดไว้ในตู้เย็น อิ่มท้องแต่ไม่อ้วน! และ เช็คให้ชัวร์ ด้วย 4 วิธี! ว่าคุณเป็น “มะเร็งเต้านม” หรือเปล่า?